อบจ. กระบี่เปิดเวทีเสวนา “โครงการขับเคลื่อนการพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ จังหวัดกระบี่”
องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ร่วมกับสภาการเกษตรจังหวัดกระบี่ เปิดเวทีเสวนา “โครงการขับเคลื่อนการพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ จังหวัดกระบี่”
วันนี้ (17 พ.ค. 62) ที่ห้องประชุมกิ่งจัน โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา โครงการขับเคลื่อนการพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ จังหวัดกระบี่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ร่วมกับสภาการเกษตรจังหวัดกระบี่ จัดขึ้น โดยมีนายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 2 กล่าวเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง การขับเคลื่อนองค์กรกับการพัฒนาพืชสมุนไพรเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์” รอง และการเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น แนวทางการพัฒนาและประสบการณ์ในการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยนายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายก อบจ.กระบี่ เป็นผู้ดำเนินการ มีนายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านกัญชา เช่น นายศรัณย์พงษ์ ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสภาและวิชาการ นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคทางการแพทย์สภาเกษตรกรแห่งชาติ นายแพทย์ทวี หมันหมาด เภสัชกรรมไทย สมาคมแพทย์แผนไทย เป็นต้น เข้าร่วมเสวนา มีประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 300 คน
นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายก อบจ.กระบี่ กล่าวว่า การจัดเสวนาวันนี้ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร ผู้สนใจ ได้เข้าถึงการรับทราบถึงข้อกฎหมายต่างๆ ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนถึงวันที่ 21 พค.62 แต่หลังจากนั้นจะเป็นเช่นไร ซึ่งขึ้นอยู่กับภาครัฐที่จะผลักดัน แต่การเข้าถึงกัญชา เพื่อการรักษาโรคนั้นพบว่า มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งในส่วนของจ.กระบี่นั้น ตนได้สัมผัสมาด้วยตนเอง พบกับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ ระยะสุดท้ายเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แพทย์ให้กับบ้านเพราะไม่สามารถรักษาให้หายได้ จนกระทั่งกลับมาอยู่บ้านลูกสาวได้ค้นหาวิธีการที่จะนำกัญชามารักษาแม่ จึงบอกกับพ่อ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นให้ช่วยหาต้นกัญชา แล้วนำมาทั้งต้นนำมาทำความสะอาดล้างแล้วสับเป็นชิ้นนำมาต้นใส่กาน้ำร้อนดื่มแทนชาแทนน้ำ ผลปรากฏว่าระยะแรก ไปหาหมออีกครั้งหมอบอก มะเร็งเริ่มฝ่อลง จากนั้นกลับมาดื่มต่อรวมเวลา 1 ปี ผลปรากฏว่าไปเอกซเรย์ล่าสุดพบว่าไม่พบเชื้อมะเร็งแล้ว ซึ่งกรณีเช่นนี้ยังมีผู้คนอีกมาก ที่รักษาตนเองด้วยกัญชา เพียงแต่ไม่เปิดเผย เพราะกัญชายยังผิดกฎหมายอยู่
นายกิตติชัย กล่าวอีกว่า ตนอยากฝากไปยังรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ขอให้เร่งปลดล็อคกัญชาให้เป็นยา ทุกคนที่ป่วยเข้าถึงได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษา
ขณะที่นายสิทธิพร จริยพงศ์ กล่าวว่า ได้จัดในหลายจังหวัดเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงนอกจากผู้ป่วย เพื่อให้เป็นอาชีพในการปลูกในอนาคตได้ด้วย เพื่อให้กัญชาสามารถจำหน่ายได้จะได้เป็นอาชีพทางเลือกอีกทางหนึ่งของเกษตรกร ไม่ใช่ผูกขาดกับกลุ่มทุน




0 Comments :
แสดงความคิดเห็น