ชาวประมงพาณิชย์จังหวัดกระบี่ กำลังเผชิญวิกฤตต้นทุนอย่างหนัก หลัง ราคาน้ำมันเขียว (น้ำมันดีเซลสำหรับเรือประมง) พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดวอนรัฐบาลเร่งควบคุมราคาไม่ให้เกินลิตรละ 35 บาท เพื่อพยุงอาชีพให้อยู่รอด พร้อมยืนยันยังไม่มีการปรับราคาสัตว์น้ำเพราะไม่อยากซ้ำเติมผู้บริโภค
สถานการณ์ ณ ท่าเทียบเรือประมง ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่:
บรรยากาศโดยทั่วไปยังคงมีเรือประมงพาณิชย์ออกเรือหาปลาตามปกติ เพื่อนำสัตว์น้ำมาส่งให้พ่อค้าแม่ค้า แต่เริ่มมีเรือบางส่วนต้อง "หยุดออกเรือชั่วคราว" เนื่องจากสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว โดยราคาน้ำมันเขียวมีการปรับตัวขึ้นถึงลิตรละ 4.50 บาท (จากเดิม 30.50 บาท พุ่งเป็น 35 บาทต่อลิตร)
เสียงสะท้อนจากคนทำประมง: แบกขาดทุนดีกว่าซ้ำเติมประชาชน
นายทวี ขนานใต้ ไต๋เรือประมง ว.โชคกมลทิพย์ เปิดเผยถึงผลกระทบว่า:
ต้นทุนพุ่งสูง: ราคาน้ำมันเขียวปรับขึ้นกะทันหันในช่วง 4 วันที่ผ่านมา
รายได้เท่าเดิม: แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ยังเท่าเดิม
ตรึงราคาสัตว์น้ำ: ผู้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ขึ้นราคาสินค้าประมง เพราะเกรงใจผู้บริโภคและแม่ค้าในตลาด ทำให้ต้องแบกรับภาระการขาดทุนเอง
"หากราคาน้ำมันเขียวทะลุเกิน 35 บาทต่อลิตร เราอาจจำเป็นต้องหยุดเรือถาวร จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามา ตรึงราคาน้ำมันเขียว ให้เหมือนกับน้ำมันดีเซลบนฝั่ง เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้ชาวประมง" นายทวี กล่าว
สรุปประเด็นสำคัญ:
ข้อเรียกร้อง: ขอให้รัฐบาลคุมราคาน้ำมันเขียวไม่เกิน 35 บาท/ลิตร
ผลกระทบ: ต้นทุนการเดินเรือสูงขึ้น เสี่ยงต้องหยุดทำประมง
มาตรการช่วยเหลือ: ต้องการนโยบายตรึงราคาพลังงานที่ชัดเจนสำหรับภาคประมง
ที่มา: ข่าว/ภาพ สวท.กระบี่


0 Comments :
แสดงความคิดเห็น