วันที่ 29 มกราคม 2563 เวลา09:10น.ที่ลานพระอาทิตย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง" B10 สร้างสมดุลปาล์มน้ำมันสู่ความยั่งยืน" โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการ นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)เป็นประธานเปิดงานและพันตำรวจโทหม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่กล่าวต้อนรับรวมทั้งนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์วิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) นางสาวัน ตัน กรรมการผู้จัดการบริษัทไทยอินโดปาล์มออยล์ แฟคทอรี่ จำกัด และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ และนายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ ร่วมการเสวนา นอกจากนี้ มีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์ม เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป สนใจเข้าร่วมงานประมาณ 500คน นอกจากนี้ บริเวณงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับน้ำมันปาล์ม พลังงานจากโซลาร์เซลล์ และวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ร่วมจัดแสดงเครื่องมือในการแปรรูปน้ำมันปาล์มอีกส่วนหนึ่ง
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการ นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)กล่าวตอนหนึ่งว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเปิดการสัมมนา “B10 สร้างสมดุลปาล์มน้ำมัน สู่ความยั่งยืน” ในวันนี้๕ และในปีที่ผ่านมาเป็นประธานคณะกรรมการ นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ หรือ กนป. รับทราบปัญหาของชาวสวนปาล์ม มาโดยตลอดจึงดีใจที่ได้มาพบกับพี่น้องชาวสวนปาล์มที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะปาล์มราคาดีทะลุ ๗ บาท ในไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๖๒ ส่วนในเดือนมกราคม ๒๕๖๓ นี้ คาดว่าจะมีผลผลิต คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ล้านบาทต่อเดือน ปีนี้ราคาปาล์มดีแน่นอนเพราะ กนป. ได้ออกมาตรการนำปาล์มไปผลิต B10 เพื่อเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มให้มากขึ้น
พี่น้องชาวสวนปาล์มที่รักรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาซึ่งกำชับ ให้ทุกกระทรวงเร่งช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาเกษตรกร ทั้ง ด้านรายได้และความเป็นอยู่หากย้อนกลับไป ในปี ๒๕๕๘ - ๒๕๕๙ จะเห็นได้ว่าปาล์มออกน้อย ทำให้ปาล์มราคาดี กิโลกรัมละ ๔ - ๕.๕๐ บาท และเราต้องนำเข้าน้ำมันปาล์มตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมา ชาวสวน ปลูกปาล์มมากขึ้น มีผลปาล์มเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี ๒๕๖๒ ประมาณ ๑๖.๕ ล้านตัน ทำให้ราคาปาล์มตกต่ำเกือบทั้งปี มาดีขึ้นช่วงไตรมาสที่ ๔ เพราะมาตรการ กนป. ด้านพลังงาน ๒ ประการคือประการแรก นำน้ำมันปาล์มไปผลิตไฟฟ้า โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยรับซื้อ ๙๖,๒๐๐ ตัน และประการที่สอง ผลักดันใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐาน ส่วนใน๖ เดือนแรกของปี ๒๕๖๒ ราคาปาล์มตกต่ำ ที่ทราบดี และห่วงใยในเรื่องนี้ ทันทีที่เป็นประธาน กนป.อีกครั้ง ได้เร่งรัดกระทรวงพลังงาน ให้ขับเคลื่อนทั้งสองมาตรการนี้ เป็นกรณีเร่งด่วน กระทรวงพลังงานได้มอบหมาย ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน ๙๖,๒๐๐ ตันขณะนี้อยู่ในระหว่างการส่งมอบ
นอกจากนี้ยังผลักดันในที่ประชุมคณะกรรมการ นโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบ แนวทางการส่งเสริมการใช้ ไบโอดีเซล ให้ใช้น้ำมันดีเซล B10 เป็นเกรดพื้นฐาน ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ นับว่ารัฐบาลได้ใช้กลไกที่มีอยู่ ทั้ง กนป.และ กพช. ในการขับเคลื่อนนโยบายจนคืบหน้า อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันแนวโน้มพลังงานโลก เปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล มาเป็นพลังงานสะอาด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไทยเรามี “น้ำมันบนดิน”-คือ ปาล์มน้ำมัน ที่ตอบโจทย์ ที่จะลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลฟอสซิล เพิ่มการผลิตไบโอดีเซลด้วยน้ำมันปาล์ม แก้ปัญหาปาล์มล้นตลาด ลดมลพิษ PM2.5 นโยบาย B10 จะสร้างเสถียรภาพราคาปาล์มในปี ๒๕๖๓ นี้ อย่างแน่นอน ขอให้พี่น้องชาวสวนปาล์ม เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลแก้ไขปัญหานี้ แบบยั่งยืน ครบวงจร
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการ นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)ยังกล่าวด้วยว่ามอบหมายให้คณะทำงานคอยติดตามสถานการณ์ ในด้านผลผลิต และด้านความต้องการใช้ รวมทั้งปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เป็นประจำทุกสัปดาห์ จะเห็นได้ว่า เราทำงานเป็นทีม ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ภายใต้การดูแลของ กนป. และ กพช. ให้นโยบายไปในทิศทางเดียวกัน จึงขอขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และข้าราชการทุกท่าน ที่มีส่วนในการขับเคลื่อน นโยบาย B10 น้ำมันบนดิน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก ให้เกิดเป็นรูปธรรมส่วนข้อห่วงใยอีกด้านหนึ่งคือ รัฐบาลมุ่งหวังที่จะสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม โดยมีมาตรการตรวจสอบสต็อคน้ำมันปาล์มทั่วประเทศเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนผลผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกร โดยส่วนรวมด้วย
ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นการเปิดการสัมมนาแล้วพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการ นโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) และคณะร่วมพบปะตัวแทนเกษตรกรชาวสวนปาล์มและประชาชน ที่มาร่วมงานอย่างทั่วถึง และในเวลาต่อมา เดินทางต่อไปยัง ลานเทและโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ในท้องที่ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ก่อนเดินทางกลับ
0 Comments :
แสดงความคิดเห็น